การตรวจ IgE รวมในน้ำตาและแอนติบอดีต่อสารก่อภูมิแพ้ (ชุดตรวจเลือดภูมิแพ้)
1. การตรวจ IgE รวมในน้ำตาและแอนติบอดีต่อสารก่อภูมิแพ้คืออะไร?
หัวข้อที่มีชื่อว่า “1. การตรวจ IgE รวมในน้ำตาและแอนติบอดีต่อสารก่อภูมิแพ้คืออะไร?”การวินิจฉัยโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้แบ่งเป็น 3 ระยะตามแนวทางเวชปฏิบัติโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (ฉบับที่ 3)1).
| ระดับการวินิจฉัย | ลักษณะที่ต้องพบ |
|---|---|
| การวินิจฉัยทางคลินิก | มีเพียงอาการแสดงทางคลินิก |
| การวินิจฉัยยืนยันทางคลินิก | อาการแสดงทางคลินิก + แนวโน้มภูมิแพ้ (IgE รวมในน้ำตา, การทดสอบผิวหนัง, IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในซีรัม) |
| การวินิจฉัยยืนยัน | อาการแสดงทางคลินิก + ปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉพาะที่ในตา (การตรวจอีโอซิโนฟิล) |
ในบทความนี้ คำว่า “การตรวจ IgE รวมในน้ำตาและแอนติบอดีต่อสารก่อภูมิแพ้” เป็นคำรวมของกลุ่มการตรวจที่ช่วยสนับสนุนระบบการวินิจฉัยนี้ การตรวจ IgE รวมในน้ำตาสามารถยืนยันแนวโน้มภูมิแพ้เฉพาะที่ของตาได้อย่างรวดเร็วในวันเดียวที่คลินิกผู้ป่วยนอก และใช้เพื่อการวินิจฉัยยืนยันทางคลินิก การตรวจ IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในซีรัมและการทดสอบผิวหนังใช้เพื่อยืนยันแนวโน้มภูมิแพ้ทั่วร่างกายและระบุสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุ การวินิจฉัยยืนยันต้องใช้การตรวจอีโอซิโนฟิลจากสเมียร์ขูดเยื่อบุตา
โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้พบได้บ่อย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับไข้ละอองเกสรซีดาร์ และการสำรวจในปี 2017 พบโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ในผู้ป่วยที่มารับการรักษาในสถานพยาบาลจักษุทั่วประเทศประมาณ 15–20%3) การเลือกการตรวจที่เหมาะสมและเข้าใจระบบการวินิจฉัยจะนำไปสู่การจำแนกชนิดและการรักษาที่แม่นยำ
สามารถประเมินได้ในวันเดียวที่คลินิกว่ามีหรือไม่มีแนวโน้มภูมิแพ้เฉพาะที่ของตาหรือไม่ Alerwatch Tear IgE เป็นชุดตรวจวินิจฉัยรวดเร็วที่ใช้วิธีอิมมูโนโครมาโตกราฟี และหากผลเป็นบวกหรือบวกลาง ๆ จะวินิจฉัยว่า “มีแนวโน้มภูมิแพ้เฉพาะที่ของตา” เมื่อใช้ร่วมกับอาการแสดงทางคลินิกจะช่วยในการวินิจฉัยยืนยันทางคลินิก การวินิจฉัยยืนยันต้องตรวจอีโอซิโนฟิลแยกต่างหาก
2. การตรวจ IgE รวมในน้ำตา (Alerwatch)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “2. การตรวจ IgE รวมในน้ำตา (Alerwatch)”
ชุดตรวจและหลักการ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ชุดตรวจและหลักการ”ตรวจ IgE ในน้ำตารวมด้วยชุดตรวจวินิจฉัยรวดเร็วที่ใช้หลักอิมมูโนโครมาโตกราฟี (Allerwatch Tear IgE, Wakamoto Pharmaceutical / Minaris Medical) โดยในอิมมูโนโครมาโตกราฟี IgE ในน้ำตาจะจับกับแอนติบอดีต้าน IgE ของมนุษย์ที่ติดฉลากด้วยทองคำคอลลอยด์บนแถบตรวจ และถูกดักไว้โดยแอนติบอดีที่ตรึงอยู่บนเส้นทดสอบจากแรงแคปิลลารี ทำให้เกิดเส้นสี
ขั้นตอนการตรวจ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นตอนการตรวจ”- สอดแถบทดสอบเข้าไปในถุงเยื่อบุตาของเปลือกตาล่างเพื่อเก็บน้ำตา
- คลี่แถบทดสอบออก
- อ่านเส้นทดสอบและเส้นควบคุมด้วยตาแล้วตัดสินผล
การแปลผล
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การแปลผล”ประเมินผลเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ผลบวก ผลบวกอ่อน ผลลบ และแปลผลไม่ได้ หากเป็นผลบวกหรือผลบวกอ่อน จะวินิจฉัยว่า “มีแนวโน้มภูมิแพ้เฉพาะที่ในตา”.
อัตราผลบวกตามชนิดโรค
หัวข้อที่มีชื่อว่า “อัตราผลบวกตามชนิดโรค”แสดงอัตราผลบวกของ IgE ในน้ำตารวมตามชนิดโรคด้านล่าง2).
| ชนิดโรค | อัตราผลบวก (จำนวนผู้ป่วยผลบวก / จำนวนผู้ป่วยทั้งหมด) |
|---|---|
| SAC (เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล) | 61.9%(52/84) |
| PAC (เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตลอดปี) | 65.4%(34/52) |
| AKC (กระจกตาและเยื่อบุตาอักเสบชนิดอะโทปิก) | 80.5%(33/41) |
| VKC (กระจกตาและเยื่อบุตาอักเสบฤดูใบไม้ผลิ) | 94.7%(36/38) |
| GPC (เยื่อบุตาอักเสบชนิดตุ่มยักษ์) | 75.0%(6/8) |
| ทั้งหมด | 72.2%(161/223) |
ใน SAC/PAC อัตราผลบวกอยู่เพียง 60–65% ทำให้อัตราผลลบลวงสูงประมาณ 35–38% แม้การตรวจ IgE ในน้ำตาจะเป็นลบ ก็ยังควรวินิจฉัยร่วมกับอาการทางคลินิก2).
ได้ ใน SAC (เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล) และ PAC (เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ตลอดปี) อัตราผลบวกอยู่ประมาณ 60–65% และมีผลลบลวงประมาณ 35–38% เนื่องจากการวินิจฉัยจากการตรวจ IgE ในน้ำตาเพียงอย่างเดียวมีข้อจำกัด จึงควรประเมินร่วมกับอาการทางคลินิก (ตาแดงของเปลือกตาและเยื่อบุตา ตุ่มเยื่อบุตาโต อาการคัน ฯลฯ) และ IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในซีรั่มอย่างรอบด้าน
3. การตรวจหาค่าแอนติบอดี IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในซีรั่ม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3. การตรวจหาค่าแอนติบอดี IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในซีรั่ม”วิธีตรวจ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีตรวจ”เจาะเลือดและตรวจแอนติบอดี IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในเลือดแบบ in vitro ใช้เพื่อประเมินแนวโน้มการแพ้ทั่วร่างกายและระบุสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุ
รายการตรวจจะเลือกจากไรฝุ่น ฝุ่นบ้าน เกสรซีดาร์ หญ้าออร์ชาร์ด หญ้าทิโมธี และอื่น ๆ ที่มีอัตราผลบวกสูงในผู้ป่วยโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ โดยสิทธิ์ประกันครอบคลุมได้สูงสุด 13 รายการต่อครั้ง
การตรวจคัดกรอง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การตรวจคัดกรอง”มีการตรวจต่อไปนี้ที่ใช้เป็นการตรวจคัดกรองซึ่งวัดได้หลายรายการพร้อมกัน
- View Allergy 39 (Thermo Fisher Diagnostics): ตรวจได้พร้อมกัน 39 รายการ คุ้มครองโดยประกัน
- Mast Immunosystems V (Minaris Medical): ตรวจพร้อมกันได้หลายรายการ คุ้มครองโดยประกัน
การตรวจเหล่านี้มีประโยชน์สำหรับการคัดกรองในผู้ป่วยที่มาครั้งแรกซึ่งยังไม่สามารถจำกัดชนิดสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุได้
การแปลผล
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การแปลผล”หากมีรายการใดที่แสดงค่าแอนติบอดี IgE จำเพาะต่อแอนติเจนในซีรัมเป็นบวก จะวินิจฉัยว่ามีแนวโน้มเป็นภูมิแพ้ทั้งร่างกาย แอนติบอดี IgE จำเพาะต่อแอนติเจนบ่งบอกถึงแอนติเจนที่ผู้ป่วยไวต่อสารนั้นแล้ว แต่การหาสารก่อเหตุควรพิจารณาทั้งค่าของแอนติบอดีและอาการทางคลินิก (เช่น อาการแย่ลงในช่วงที่มีละอองเกสร หรือมีความเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมภายในอาคาร) ร่วมกัน
หากแอนติเจนที่ยืนยันว่าไวต่อสารนั้นไม่สอดคล้องกับอาการจริง ควรพิจารณาความเป็นไปได้ของการไวต่อแอนติเจนหลายชนิด หรือค่าของแอนติบอดีที่ลดลงจากการไวต่อสารมาเป็นเวลานาน
4. การทดสอบผิวหนัง (prick test และ scratch test)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “4. การทดสอบผิวหนัง (prick test และ scratch test)”วิธีการ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีการ”การทดสอบผิวหนังเพื่อดูปฏิกิริยาภูมิแพ้แบบทันทีมี 2 แบบ ได้แก่ prick test และ scratch test ในการทดสอบจะเลือกแอนติเจนหลายชนิดที่สงสัยจากอาการทางคลินิกมาทำการตรวจ สิ่งสำคัญคือควรทำ positive control (เพื่อตรวจภาวะผลลบลวง) และ negative control (เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่ลมพิษจากการกระตุ้นทางกล) พร้อมกัน
- Prick test: หยดสารละลายสารก่อภูมิแพ้ลงบนผิวด้านงอของท่อนแขน แล้วใช้เข็มเฉพาะเจาะผิวหนังเพื่อให้แอนติเจนเข้าสู่ผิว
- Scratch test: ใช้อุปกรณ์เฉพาะทำรอยขีดข่วนตื้น ๆ บนผิวหนัง แล้วทาสารละลายสารก่อภูมิแพ้ให้ซึมเข้าสู่ผิวหนัง
เกณฑ์การแปลผล
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เกณฑ์การแปลผล”ใช้เส้นผ่านศูนย์กลางที่ยาวที่สุดของผื่นนูนและค่าเฉลี่ยระหว่างเส้นนั้นกับเส้นที่ตั้งฉากผ่านกึ่งกลางเป็นขนาดของปฏิกิริยา ถ้าผื่นนูนมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 มม. ขึ้นไป หรือมีปฏิกิริยามากกว่าครึ่งหนึ่งของผื่นนูนใน positive control ให้ถือว่าเป็นผลบวก โดยปกติจะประเมินหลัง 15–20 นาที
ข้อห้ามและข้อควรระวัง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ข้อห้ามและข้อควรระวัง”ยาต้านตัวรับฮิสตามีน H₁ (ยาแก้แพ้) และยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิกอาจมีผลต่อผลการทดสอบผิวหนัง ในผู้ป่วยที่ใช้ยาเหล่านี้ ควรเว้นช่วงหยุดยาก่อนตรวจ หรือเปลี่ยนไปตรวจ IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในซีรั่ม
ทำการควบคุมบวกและควบคุมลบพร้อมกันเพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของการตรวจ ในผู้ป่วยหอบหืดหลอดลมที่ควบคุมไม่ได้หรือมีความเสี่ยงต่อแอนาฟิแล็กซิส ควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะทำการตรวจหรือไม่ และพิจารณาเปลี่ยนเป็นการตรวจ IgE ในซีรั่ม เนื่องจากยาแก้แพ้และยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิกมีผลต่อผลตรวจ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบยาที่ใช้ก่อนตรวจ
5. การเปรียบเทียบการตรวจแต่ละชนิดและการเลือกใช้
หัวข้อที่มีชื่อว่า “5. การเปรียบเทียบการตรวจแต่ละชนิดและการเลือกใช้”เปรียบเทียบลักษณะของการตรวจ 4 ชนิด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “เปรียบเทียบลักษณะของการตรวจ 4 ชนิด”| การตรวจ | สิ่งที่ประเมิน | ความไวใน VKC | การคุ้มครองประกัน | ลักษณะ |
|---|---|---|---|---|
| IgE รวมในน้ำตา (Allerwatch) | แนวโน้มภูมิแพ้เฉพาะที่ในดวงตา | 94.7% | มี, ใช้ง่าย | สามารถประเมินได้ในวันเดียวที่คลินิกผู้ป่วยนอก |
| IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในซีรั่ม | แนวโน้มภูมิแพ้ทั่วร่างกายและการระบุสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุ | — | มี (ได้ถึง 13 รายการ) | มีประโยชน์ในการระบุสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุ |
| การทดสอบผิวหนัง | แนวโน้มภูมิแพ้ทั่วร่างกาย | — | มี | มีความเสี่ยงต่อภาวะแอนาฟิแล็กซิส |
| การตรวจอีโอซิโนฟิล | ปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉพาะที่ในตา | — | มี | จำเป็นต่อการวินิจฉัยยืนยัน |
กระบวนการตรวจในเวชปฏิบัติ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “กระบวนการตรวจในเวชปฏิบัติ”ต่อไปนี้เป็นแนวทางพื้นฐานในการตรวจในเวชปฏิบัติ1).
- สงสัยภูมิแพ้จากอาการแสดงทางคลินิก (การวินิจฉัยทางคลินิก): ตรวจหาลักษณะ เช่น คัน ตาแดง และเยื่อบุตาเป็นตุ่มนูน
- ยืนยันภาวะไวต่อภูมิแพ้ (การวินิจฉัยยืนยันทางคลินิก): ยืนยันภาวะไวต่อภูมิแพ้ด้วย IgE ในน้ำตาหรือ IgE จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในซีรัม หากต้องการระบุสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุ การตรวจ IgE ในซีรัมมีประโยชน์
- ทำการวินิจฉัยยืนยันเมื่อจำเป็น (การวินิจฉัยยืนยัน): ยืนยันปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉพาะที่ในตาด้วยการตรวจอีโอซิโนฟิล
การตรวจ IgE ในน้ำตาได้เปรียบตรงที่ให้ผลได้ในวันเดียวที่แผนกผู้ป่วยนอก แต่ต้องระวังผลลบลวงใน SAC/PAC หากการทดสอบผิวหนังทำได้ยากเนื่องจากเสี่ยงต่อแอนาฟิแล็กซิสหรือเหตุผลอื่น ให้เปลี่ยนเป็นการตรวจ IgE ในซีรัมจำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้
6. รายละเอียดของหลักการตรวจและการตรวจอีโอซิโนฟิล
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6. รายละเอียดของหลักการตรวจและการตรวจอีโอซิโนฟิล”IgE และปฏิกิริยาแพ้แบบทันที
หัวข้อที่มีชื่อว่า “IgE และปฏิกิริยาแพ้แบบทันที”IgE เป็นอิมมูโนโกลบูลินหลักในปฏิกิริยาแพ้แบบทันที (ชนิด I) โดยจับผ่านตัวรับ IgE ที่มีความไวสูง (FcεRI) บนผิวของมาสต์เซลล์และบาซอฟิลที่ถูกกระตุ้นให้ไวแล้ว เมื่อแอนติเจนเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง IgE จะเกิดการเชื่อมขวาง เกิดการคายแกรนูล และมีการหลั่งสารก่อการอักเสบ เช่น ฮีสตามีนและลิวโคไตรอีน
ในดวงตา มาสต์เซลล์จำนวนมากอยู่ที่เยื่อบุตา และปฏิกิริยานี้ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น ตาแดง คัน และน้ำตาไหล ระดับ IgE รวมในน้ำตาสะท้อนระดับการกระตุ้นให้ไวเฉพาะที่ในตา
หลักการของวิธีอิมมูโนโครมาโทกราฟี
หัวข้อที่มีชื่อว่า “หลักการของวิธีอิมมูโนโครมาโทกราฟี”หลักการของวิธีอิมมูโนโครมาโทกราฟีที่ใช้ใน AllerWatch IgE ในน้ำตา มีดังนี้
- IgE ในน้ำตาจับกับแอนติบอดีต้าน IgE ของมนุษย์ที่ติดฉลากคอลลอยด์ทองบนแถบ
- เคลื่อนที่ไปตามแถบด้วยแรงแคปิลลารี
- แอนติบอดีที่ตรึงไว้บนเส้นทดสอบจับ IgE และเกิดเป็นเส้นสี
- เมื่อมี IgE มากกว่าระดับหนึ่ง จะมองเห็นเส้นสีและแปลผลเป็นผลบวก
วิธีวัด IgE ในซีรัม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีวัด IgE ในซีรัม”ใช้วิธีต่อไปนี้ในการวัด IgE จำเพาะต่อแอนติเจนในซีรัม
- วิธี ImmunoCAP (การตรวจภูมิคุ้มกันด้วยเอนไซม์เรืองแสง): วิธีเชิงปริมาณที่ใช้แพร่หลายที่สุด สามารถวัดได้อย่างไวด้วยตัวอย่างปริมาณน้อยมาก
- วิธี MAST (วิธี CAP-RAST): วิธีตรวจที่ใช้สารก่อภูมิแพ้ที่ตรึงอยู่บนตัวกลาง
- ค่าปริมาณรายงานเป็น UA/mL (หรือ kU/L) และมักถือว่า 0.35 kU/L ขึ้นไปเป็นผลบวก
การตรวจอีโอซิโนฟิล (การวินิจฉัยยืนยัน)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การตรวจอีโอซิโนฟิล (การวินิจฉัยยืนยัน)”การตรวจอีโอซิโนฟิลเป็นวิธีที่นำสเมียร์จากการขูดเยื่อบุตามาด้วยการย้อมแบบ Hansel แล้วตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์แสงว่ามีอีโอซิโนฟิลในสเมียร์หรือไม่ หากพบอีโอซิโนฟิลแม้เพียง 1 เซลล์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ จะถือว่าเป็นผลบวกและวินิจฉัยโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ได้อย่างยืนยัน
หากมีเลือดออกระหว่างการเก็บตัวอย่าง อาจมีเซลล์เม็ดเลือดปนเข้ามาในตัวอย่าง จึงควรตรวจซ้ำที่ตาอีกข้างเพื่อพิจารณา
อีโอซิโนฟิลตรวจพบได้บ่อยกว่าในรายที่รุนแรง (VKC・AKC) และอาจตรวจไม่พบใน SAC/PAC ใช้เมื่อจำเป็นต้องวินิจฉัยยืนยันหรือประเมินความรุนแรงอย่างเป็นรูปธรรม
7. งานวิจัยล่าสุดและแนวโน้มในอนาคต
หัวข้อที่มีชื่อว่า “7. งานวิจัยล่าสุดและแนวโน้มในอนาคต”การวัด IgE จำเพาะต่อแอนติเจนในน้ำตา
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การวัด IgE จำเพาะต่อแอนติเจนในน้ำตา”กำลังมีการวิจัยและพัฒนาชุดตรวจที่วัด IgE จำเพาะในน้ำตา (เช่น IgE จำเพาะต่อซีดาร์) หากนอกจาก IgE รวมในน้ำตาแล้ว ยังสามารถระบุสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดการไวต่อภูมิแพ้เฉพาะที่ในตาได้โดยตรง ก็จะสามารถวินิจฉัยสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุได้ในวันเดียวกันที่คลินิกโดยไม่ต้องเจาะเลือด ปัจจุบันยังอยู่ในระยะการวิจัย
การประเมินความรุนแรงด้วยไบโอมาร์กเกอร์
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การประเมินความรุนแรงด้วยไบโอมาร์กเกอร์”กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ชีวเครื่องหมายในน้ำตา เช่น periostin, eotaxin และ TARC (CCL17) เพื่อประเมินความรุนแรง โดยเฉพาะ periostin ได้รับความสนใจในฐานะตัวบ่งชี้การอักเสบแบบ Th2 และมีข้อบ่งชี้ว่าอาจสะท้อนกิจกรรมของโรคใน VKC และ AKC4).
การติดตามไตเตอร์แอนติบอดีในการภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยสารก่อภูมิแพ้
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การติดตามไตเตอร์แอนติบอดีในการภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยสารก่อภูมิแพ้”มีการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของไตเตอร์แอนติบอดี IgE จำเพาะในซีรัมเพื่อประเมินประสิทธิผลของภูมิคุ้มกันบำบัดใต้ลิ้นและใต้ผิวหนังสำหรับโรคแพ้เกสรซีดาร์5). มีรายงานว่าไตเตอร์แอนติบอดี IgE อาจเพิ่มขึ้นชั่วคราวแล้วลดลงหลังการรักษา และกำลังพิจารณานำไปใช้ติดตาม IgE ในน้ำตา
การตรวจภูมิแพ้ในเด็ก
หัวข้อที่มีชื่อว่า “การตรวจภูมิแพ้ในเด็ก”ในโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ในเด็ก โดยเฉพาะ VKC การทำการทดสอบผิวหนังอาจเป็นเรื่องยาก และ IgE ในน้ำตาและ IgE ในซีรัมมีประโยชน์ จำเป็นต้องมีการประเมินความไวและความจำเพาะของการทดสอบแต่ละชนิดในเด็กในวงกว้าง รวมทั้งการวิจัยเกี่ยวกับขั้นตอนการทดสอบที่แนะนำ6).
8. เอกสารอ้างอิง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “8. เอกสารอ้างอิง”- 日本眼科アレルギー学会診療ガイドライン作成委員会. アレルギー性結膜疾患診療ガイドライン(第3版). 日眼会誌. 2021;125(8):741-785.
- 庄司純, 内尾英一, 海老原伸行, 大橋裕一, 大野重昭, 岡本茂樹, 他. アレルギー性結膜疾患診断における自覚症状,他覚所見および涙液総IgE検査キットの有用性の検討. 日眼会誌. 2012;116(5):485-493. http://journal.nichigan.or.jp/Disp?mag=0&number=5&start=485&style=abst&vol=116&year=2012.
- 岡本茂樹, 内尾英一, 海老原伸行, 他. 2017年度日本眼科アレルギー学会アレルギー性結膜疾患実態調査. 日眼会誌. 2022;126(7):625-635.
- Fujishima H, Okada N, Matsumoto K, Fukagawa K, Igarashi A, Matsuda A, Ono J, Ohta S, Mukai H, Yoshikawa M, Izuhara K. The usefulness of measuring tear periostin for the diagnosis and management of ocular allergic diseases. J Allergy Clin Immunol. 2016;138(2):459-467.e2. doi:10.1016/j.jaci.2015.11.039.
- 鈴木茂伸, 堀口裕正, 遠藤昌夫. スギ花粉症の舌下免疫療法とアレルゲン特異的IgE抗体価の推移. アレルギー. 2018;67(6):704-711.
- Leonardi A, Bogacka E, Fauquert JL, Kowalski ML, Groblewska A, Jedrzejczak-Czechowicz M, et al. Ocular allergy: recognizing and diagnosing hypersensitivity disorders of the ocular surface. Allergy. 2012;67(11):1327-37. doi:10.1111/all.12009. PMID:22947083.